Garden&Farm คู่มือการทำฟาร์มในบ้าน ที่คุณทำตามเองได้ - บ้านและสวน

มาดูแลแคคตัสกัน

แคคตัสก็เช่นเดียวกับต้นไม้นานาชนิดที่เราปลูกไว้ในสวน ซึ่งต้องการสภาพที่เหมาะกับการเติบโต อันได้แก่ ดิน น้ำ แสงแดด น้ำ แม้แคคตัสจะทนแล้งได้ดี นานๆ รดน้ำทีก็ยังเติบโตได้ แต่ปัญหาที่เรามักพบบ่อยๆ ในหมู่นักเล่นแคคตัสหน้าใหม่ก็คือ ให้น้ำมากเกินไป ตามปกติแคตตัสต้องการน้ำเฉพาะในช่วงที่กำลังเติบโต ซึ่งก็คือช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ส่วนช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงพักตัว แคคตัสจะต้องการน้ำน้อยมาก ดังนั้นการรดน้ำในฤดูฝนจึงทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนในฤดูหนาวก็ให้ลดลง พอถึงช่วงฤดูร้อนจึงค่อยให้น้ำมากขึ้น การลดปริมาณน้ำในช่วงที่แคคตัสพักตัวจะช่วยให้ต้นผลิดอกได้ ดังนั้นเมื่อซื้อแคคตัสแล้วก็ควรถามคนขายว่า ต้นจะพักตัวและออกดอกช่วงไหน จะได้งดให้น้ำในช่วงนั้น  รดน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี การรดน้ำแคคตัสหรือต้นไม้อื่นๆ มีหลักพิจารณาคือ – สถานที่ตั้งกระถางหรือสถานที่ปลูก ให้ดูว่าสถานที่นั้นได้รับแสงมากหรือน้อย ในกรณีที่แดดจัด น้ำในดินหรือวัสดุปลูกจะระเหยได้เร็ว อาจทำให้ต้องรดน้ำบ่อยกว่าบริเวณที่ร่มรำไรหรือต้นที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ประเมินกันว่า ต้นไม้หรือแคตตัสที่ตั้งในในบ้าน น้ำจะระเหยหมดภายใน 5-7 วัน แต่ถ้าตั้งไว้นอกอาคารจะระเหยหมดใน 2-3 วัน –ความโปร่งร่วนของดินหรือวัสดุปลูก ดินที่โปร่ง ร่วนซุยจะระบายน้ำได้ดีกว่าดินที่เหนียว หรืออัดแน่นอยู่ในกระถาง –ขนาดของกระถางหรือภาชนะปลูก ถ้ากระถางใหญ่ใส่ดินหรือวัสดุปลูกมากจะอุ้มความชื้นไว้นานกว่าภาชนะเล็กๆ –ชนิดของภาชนะหรือกระถาง  มีผลต่อการรดน้ำ กระถางดินเผาจะระบายน้ำและอากาศได้ดีกว่า วัสดุปลูกอาจแห้งเร็วกว่ากระถางพลาสติก รดน้ำเมื่อไรดี -ควรรดในช่วงเช้า […]

มาปลูกแคตตัสกันนะ

หลายคนอาจคิดว่าแคคตัสเป็นพืชทะเลทราย น่าจะชอบทรายมากกว่า แต่จริงๆ แล้วแคคตัสก็เหมือนต้นไม้อื่นๆ ที่ต้องการดินหรือวัสดุปลูกที่เหมาะสม นั่นคือ ร่วนซุย โปร่ง เพื่อให้รากแผ่ขยาย ต้นจะได้เจริญเติบโต นอกจากนี้ก็ควรระบายน้ำดี ไม่อุ้มความชื้นไว้จนชื้นแฉะตลอดเวลา เพราะรากของต้นไม้ก็ต้องการอากาศเพื่อหายใจด้วยเช่นกัน วัสดุปลูกที่ใช่  แคคตัสแต่ละชนิดต้องการวัสดุปลูกแตกต่างกัน การผสมวัสดุปลูกให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับนักเล่นแคคตัส หากคุณต้องการเป็นนักเล่นแคคตัสตัวจริงก็ต้องหมั่นสังเกตลักษณะนิสัยของแคคตัสที่ปลูก หาข้อมูลจากนักเล่นรุ่นพี่แล้วลองผสม แต่สำหรับมือใหม่ เรามีวัสดุปลูกมาแนะนำดังนี้ สูตรที่ 1 ดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน ถ่านป่น 1 ส่วน ใบไม้ผุหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน สูตรที่ 2 ดินร่วน 1 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ถ่านป่น 1 ส่วน สูตรที่ 3 ดินร่วน 1 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน ถ่านป่น 1 […]

ไปซื้อแคตตัสมาปลูกกันนะ

หลังจากทำความรู้จักกับแคตตัสกันไปบ้างแล้ว คิดว่าหลายคนคงอยากไปหาซื้อมาลองเลี้ยงบ้างแน่ๆ สำหรับมือใหม่ ก่อนไปซื้อ เรามีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝากกัน อย่างแรกเลยคือ มองหาต้นที่ชอบ ในร้านขายแคคตัสแต่ละแห่งมีต้นแคคตัสให้เลือกมากมายหลายพันธุ์ ทั้งแบบมีหนาม ไม่มีหนาม ต้นเล็ก ต้นใหญ่ สำหรับมือใหม่ เมื่อได้เห็นก็อาจจะรู้สึกว่าต้นนี้ก็ชอบ ต้นนั้นก็ชอบ ขอแนะนำให้ซื้อกระถางเล็กๆ ดูก่อน สักหลายๆ ต้นมาลองเลี้ยงดู ไม้เหล่านี้ค่อนข้างเลี้ยงง่าย เพราะเกิดและเติบโตในบ้านเรา และราคาก็ไม่แพงมาก เมื่อชนิดพันธุ์ที่ชอบแล้ว ก็มาดูรายละอียดของต้น เริ่มจากดูผิวของลำต้นว่าเต่งตึงหรือไม่ สีสันสดใสรึเปล่า รวมทั้งไม่มีรอยแผล รอยตำหนิใดๆ จากนั้นก็ดูที่หนามว่ากระจายตัวสม่ำเสมอและไม่หัก ต้นติดกับวัสดุปลูกในกระถางดี ไม่โยกคลอน ต่อไปก็ดูวัสดุปลูกว่า สะอาดหรือไม่ มีเชื้อรา วัชพืช หรือแมลงหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็แสดงว่าร้านนั้นดูแลต้นไม้มาอย่างดี ทีนี้ก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะดูแลดีหรือเปล่า สุดท้ายดูกระเป๋าตังค์ เพราะเราอาจจะเลือกเพลินเกินเงินในกระเป๋าก็ได้ ซื้อที่ไหนได้บ้าง…. ตามปกติตลาดต้นไม้หลายๆ ที่ก็มีขายกันทั่วไป อย่าง ตลาดนัดต้นไม้วันพุธ-พฤหัส และวันเสาร์-อาทิตย์ที่สวนจตุจักร ตลาดนัดสนามหลวง 2 และอีกหลายๆ ที่ สำหรับคนที่ขี้เกียจเดินทาง ก็หาได้จาก website/Facebook […]

รู้จักหน้าค่าตาของแคคตัสกัน

“แคคตัส” เป็นพันธุ์ไม้สกุลหนึ่งที่มีลักษณะหน้าตาต่างจากพันธุ์ไม้อื่นๆ จะว่าดูแปลกประหลาดก็คงได้ แต่นั่นก็คือ สิ่งที่น่าดึงดูดใจคนมากมายให้หลงใหล มาทำรู้จักหน้าตาของแคคตัสกัน ลำต้น แคคตัสเป็นไม้อวบน้ำที่มีรูปทรงตันหลากหลาย ทั้งแบบทรงกลม ทรงกระบอก ไปจนถึงสูงชะลูดคล้ายกระบอง มีทั้งที่ขึ้นเป็นต้นเดียวโดดเดี่ยว ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม หรือแตกกอ เส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นมีตั้งแต่เล็กไม่กี่เซนต์ ไปจนถึงใหญ่เป็นเมตรๆ และอาจเป็นลำสูงใหญ่กว่า 20 เมตร หรือมีลักษณะเป็นสายห้อยลง ผิวของลำต้นเป็นมันคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำ ส่วนใหญ่มีสีเขียวเพื่อใช้สังเคราะห์แสง ลักษณะต้นประกอบด้วย “ตุ่มหนาม” (areole) ซึ่งอาจเรียงต่อกันอยู่บนแนวซี่หรือสันสูงของต้นที่เรียกว่า สันต้น (rib) หรือเรียงอยู่บนเนินนูนที่เรียกว่า “เนินหนาม” (tubercles) ของต้นก็ได้ หนาม คือจุดเด่นของแคคตัส ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนใบให้กลายเป็นหนาม เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ทำให้ต้นคายน้ำน้อยลง อยู่รอดและเจริญเติบโตต่อไปได้ หนามของแคคตัสมีหลายแบบ หลายลักษณะ บางชนิดมีหนามแหลมคล้ายเข็มเย็บผ้า บางชนิดปลายหนามงอคล้ายตะขอ บางชนิดเป็นขนนุ่ม สีสรรก็มีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง สีม แดง น้ำตาล ไปจนถึงดำ ซึ่งอาจเปลี่ยนสีไปตามอายุ สภาพอากาศและการเลี้ยงดู หนามจะขึ้นเรียงอยู่บนตุ่มหนาม […]

แคคตัส ราชาไม้ประดับ

ในบรรดาพืชพรรณต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกของเรานี้ “แคคตัส” เป็นพันธุ์ไม้สกุลหนึ่งที่มีลักษณะเด่น แปลกตา ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจคนให้สนใจปลูกเลี้ยงแคคตัสกันมาเนิ่นนาน จวบจนปัจจุบัน “แคคตัส” ก็ยังเป็นราชาแห่งไม้ประดับที่มีผู้นิยมปลูกเลี้ยงจำนวนมาก เพราะปลูกและดูแลรักษาง่าย ทั้งมีรายงานว่า มีคุณสมบัติช่วยดูดซับรังสีจากจอคอมพิวเตอร์อีกด้วย  มาค้นหาความน่าอัศจรรย์ของ “แคคตัส” ที่กุมหัวใจของใครต่อใครไว้มากมายกัน แคคตัสคืออะไร แคคตัสก็คือ ไม้อวบน้ำ (Succulent) ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์ CACTACEAE เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะพิเศษต่างจากพืชชนิดอื่นๆ คือ มีลักษณะลำต้นหลากหลาย ทั้งรูปเหลี่ยม ยาวชะลูด รูปกลม ทรงกระบอก ผิวภายนอกแข็งราวฉาบด้วยขี้ผึ้ง มีหนามแหลม หรือตุ่มหนามขนาดเล็ก ใหญ่ ต่างกันไป กำเนิดแคคตัส สันนิษฐานกันว่า ต้นตระกูลของแคคตัสเกิดขึ้นในช่วงปลายยุค Mesozoic และช่วงตันยุค Tertiary (ยุควิวัฒนาการของพืชมีดอก) เชื่อกันว่า แคคตัสสมัยนั้นมีลำต้นแตกกิ่งก้านสาขา ผลิใบ ออกดอกติดผลเหมือนต้นไม้ทั่วไป ต่อมาเมื่อสภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงเป็นแห้งแล้ง แคคตัสจึงต้องปรับสภาพตัวเองให้ดำรงอยู่ได้ โดยพัฒนาโครงสร้างของลำต้นให้เก็บสะสมน้ำไว้ได้มากถึง 80-90 เปอร์เซนต์ รากไม่หยั่งลึกลงใต้ดินมากนัก เพื่อจับน้ำในอากาศได้ง่าย เปลี่ยนใบเป็นหนาม เพื่อพรางความร้อนของแสงอาทิตย์และลดการคายน้ำ แคคตัสส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลทรายในทวีปอเมริกาใต้ มีบางชนิดเติบโตได้ดีในป่าร้อนชื้น […]

ข้อคิดดีๆ ในการทำห้องน้ำ

† แยกส่วนเปียก (อาบน้ำ) ออกจากส่วนแห้ง (ชักโครก+อ่างล้างมือ) สำหรับห้องน้ำเล็กๆ ควรก่อขอบกันน้ำและแขวนม่านกั้นหรือใช้เป็นห้องน้ำรับรองแขก † พื้น ควรเป็นวัสดุทนน้ำ เช็ดและทำความสะอาดได้ง่าย ที่สำคัญต้องไม่ลื่น ระดับพื้นต้องค่อยๆ ลาดไปยังท่อระบายน้ำที่พื้น เพื่อป้องกันน้ำขัง † ผนัง ควรเป็นวัสดุทนน้ำ ผิวเรียบลื่น รอยต่อไม่มากจะช่วยให้ทำความสะอาดง่าย † ช่องแสง+ระบายอากาศ –แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วยระบายกลิ่น ถ้าไม่มีช่องแสงควรติดตั้งพัดลมดูดอากาศ † ฝ้าเพดาน ควรเป็นวัสดุที่ไม่อมความชื้น † อ่างล้างหน้า เลือกขนาดให้เหมาะกับห้อง การติดตั้งควรทำให้ซ่อมบำรุงได้ง่าย † อ่างอาบน้ำ เหมาะกับคนที่ใช้งานเป็นประจำ ถ้าไม่ใช้ก็ไม่ควรติดตั้ง † ชักโครก เลือกแบบประหยัดน้ำ ขนาดพอเหมาะกับห้องน้ำ † ก๊อกน้ำ แบบก้านโยกใช้งานสะดวกกว่าแบบหมุน คอโค้งสูงช่วยให้ล้างหน้าได้สะดวก (ไม่ต้องก้มตัวมาก) †กระจกเงาบานใหญ่ๆ ช่วยให้ห้องน้ำเล็กๆ ดูกว้างขึ้นได้ แต่ควรติดไว้ในบริเวณที่ไม่เปียกน้ำ † ควรวาล์วปิด-เปิดน้ำเผื่อไว้ในห้องน้ำ หรือติดไว้ที่อุปกรณ์ใช้น้ำ เช่น ชักโครก หรือ่างล้างหน้า […]

สวนสำหรับสุนัข: 3. การแบ่งเขตภายในสวน

การเลี้ยงสุนัขโดยทั่วไปมักปล่อยให้เดินเที่ยวเล่นไปทั่วบริเวณบ้าน แต่ก็มีบ้างที่สุนัขอาจเข้าไปขุดคุ้ยแปลงต้นไม้ แม้ว่าเราสอนสุนัข (ตั้งแต่ยังเล็ก) ให้รู้ว่ามีบริเวณไหนบ้างที่ไม่ควรเข้าไป และในบางครั้งเราก็อาจต้องการพื้นที่เฉพาะหรือกักบริเวณในเวลาที่ไม่ต้องการให้สุนัขออกมายุ่มย่าม  ดังนั้นการออกแบบพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ สิ่งสำคัญของการแบ่งเขตภายในสวน เริ่มจากสำรวจเส้นทางเดิน ที่ใช้เป็นประจำทั้งของคนและสุนัข เพื่อกำหนดเส้นทางหลักในการวางผัง จากนั้นจึงจัดวางตำแหน่งต่างๆ ในสวน ทั้งพื้นที่ห้ามเข้าและเข้าได้ให้สอดคล้องกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ในบ้านที่มีสุนัขแสนซน ชอบเหยียบย่ำแปลงต้นไม้ การทำรั้วเตี้ยๆ กั้นแปลงต้นไม้แบบชั่วคราว ในขณะที่ต้นไม้ยังเล็ก ต้นไม้ที่เจริญเติบโตช้าๆ เพื่อป้องกันการเหยียบย่ำหรือขุดคุ้ย หรือทำรั้วถาวรก็ได้ แต่ควรเลือกให้เข้ากับสไตล์สวนที่จัด การปลูกต้นไม้กั้นแนวเขตแปลง เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง โดยปลูกไม้ที่มีพุ่มแน่น ไม้ที่มีหนามเล็กๆ แต่ไม่มีพิษ เช่น ชาดัดและเข็มแดง เพื่อให้สุนัขรู้จักหลาบจำ ไม่กล้าเข้าไปเหยียบย่ำหรือนอนในแปลง เมื่อต้นไม้หลักที่ปลูกไว้โตแล้วก็ค่อยย้ายแนวป้องกันนี้ออกไป การทำกระบะต้นไม้แบบยกสูง ซึ่งนอกจากทำให้สวนที่มีแต่พื้นราบๆ แลดูมีมิติแล้ว ยังช่วยไม่ให้สุนัขทำลายต้นไม้ด้วย ความสูงของกระบะควรอยู่ในระดับสายตาสุนัข หรือประมาณ 45 ซม. อาจออกแบบเป็นที่นั่งเล่น เพื่อการใช้ประโยชน์ แต่ถ้าทำกระบะสูงควรสร้างฐานคอนกรีตลึกลงไปในดิน 40 ซม. ส่วนรูปแบบก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและสไตล์สวน วัสดุที่นิยมใช้ทั่วไปเช่น หินทราย อิฐ ไม้หมอนรถไฟ ในกรณีที่ใช้แผ่นไม้ควรอบ อัดน้ำยาหรือทาสีรักษาเนื้อไม้ เพื่อป้องกันแดดฝน […]

มารู้จักกับซักคิวเลนต์กัน

ซักคิวเลนต์ (Succulent) หรือไม้อวบน้ำ เป็นกลุ่มพืชที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ คือ ทุกส่วนของต้นอวบอิ่ม อ่อนนิ่ม เนื่องจากมีน้ำจำนวนมากหล่อเลี้ยงอยู่ภายในเนื้อเยื่อ Succulent มาจากคำว่า succos ในภาษาละติน หมายถึง น้ำผลไม้หรือน้ำหล่อเลี้ยงภายใน แม้จะเชื่อกันว่าเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในทะเลทราย แต่จริงๆ แล้วไม้อวบน้ำสามารถเติบโตได้ทั้งบริเวณที่มีหิมะปกคลุมแถบเทือกเขาแอลป์ตอนกลางของทวีปยุโรป พื้นที่แห้งแล้งแถบที่ราบโคโลราโด ตลอดจนป่าเขตร้อนลุ่มน้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ และพบมากที่สุดทางตอนใต้และตะวันออกของทวีปแอฟริกา ถิ่นกำเนิดของไม้อวบน้ำจึงมาจากหลายแห่งด้วยกัน ทั้งยังกระจายพันธุ์ไปตามซีกโลกต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ในยุคล่าอาณานิคมหรือเมื่อกว่า 400 ปีก่อน ตัวอย่างพืชในกลุ่มไม้อวบน้ำที่รู้จักกันดีและนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ได้แก่ กุหลาบหิน คุณนายตื่นสาย อากาเว่ ว่านหางจระเข้ โบตั๋น โป๊ยเซียน โคมญี่ปุ่น ชวนชม สับปะรดสี ลิ้นมังกร เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มกุหลาบหิน มีความสวยงามและโดดเด่นเรื่องการจัดเรียงใบที่ดูคล้ายกลีบดอกไม้ ทำให้นิยมปลูกเลี้ยงกันมาก เช่นเดียวกับลิ้นมังกร (Sansevieria) ซึ่งปัจจุบันนิยมปลูกเลี้ยงเพื่อการค้า และปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก หมายเหตุ สามารถดูรายละเอียดของไม้อวบน้ำได้ในหมวด แคตตัส+ไม้อวบน้ำ ที่ Plant Library เมื่อเอ่ยถึงไม้อวบน้ำแล้ว ก็มักเข้าใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกับแคคตัส […]

สวนสำหรับสุนัข: 1 ข้อคิดในการออกแบบสวน

เมื่อตัดสินใจเลี้ยงสุนัขสักตัวหรือหลายตัวไว้ในบ้าน สิ่งที่คุณต้องทำคือ จัดพื้นที่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่จัดสวนสวยๆ นั้น หลายๆ บ้านต้องเผชิญปัญหาการขุดคุ้ย เหยียบย่ำต้นไม้เสียหาย บางสวนมีพืชที่เป็นอันตรายต่อสุนัขหรือมีสัตว์อันตรายอาศัยอยู่ หัวใจของ การออกแบบสวน ที่สำคัญก็คือ การเข้าใจธรรมชาติหรือนิสัยของสุนัขที่เลี้ยง โดยทั่วไปสุนัขจะมีสองแบบคือ สายพันธุ์แท้ ซึ่งมีนิสัยที่ค่อนข้างชัดเจนตามสายพันธุ์ เพราะเกิดจากการผสมและคัดเลือกพันธุ์มาอย่างเป็นระบบ สุนัขอีกแบบคือ พันทาง ซึ่งเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ไปมาทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ลักษณะนิสัยของสุนัขประเภทนี้จึงไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ แต่สุนัขก็เป็นสัตว์ที่เรียนรู้ได้เร็วและฝึกฝนได้ ดังนั้นนิสัยบางอย่างก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ มาดูตัวอย่างสุนัขพันธุ์ต่างๆ กัน สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เกรย์ฮาวนด์ ซาลูกิ อัฟกันฮาวนด์ ชอบวิ่งและวิ่งเร็วมาก สวนควรมีพื้นที่กว้าง นิวฟาวน์แลนด์ โกลเด้นและลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ ชอบเล่นน้ำ ควรทำบ่อน้ำให้ลงไปนั่งแช่ได้ สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิสุ พูเดิ้ลทอย มีช่วงขาสั้นขึ้น-ลงบันไดยาก ถ้าทำบันไดในสวนควรสูงไม่เกิน 10 ซม.และขั้นบันไดควรกว้าง บีเกิล บัสเซตฮาวนด์ ชอบขุด ซึ่งเจ้าของก็อาจต้องทำใจ หรือไม่ก็ทำพื้นที่ไว้ให้ขุดเล่น อันนี้เป็นนิสัยโดยรวม แต่สุนัขบางตัว บางพันธุ์อาจไม่เป็นดังที่ว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู […]

มือใหม่หัดปลูก: การเพาะเมล็ด

การเพาะเมล็ด เป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่ายที่สุด และใช้ได้ดีกับต้นไม้ทุกชนิดที่ออกลูกออกผล หรือมีเมล็ด เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ หลายคนคงเคยเก็บเมล็ดมะม่วง ชมพู่ ส้มที่กินแล้วมาทดลองเพาะกันบ้างแล้ว เรามาเรียนรู้วิธี การเพาะเมล็ด แบบมืออาชีพกันดูบ้าง อ้อ! วิธีเพาะเมล็ดนี้ยังนิยมใช้กับต้นไม้ที่แตกหน่อยาก โตช้า และในกรณีที่ต้องการผลิตลูกผสมใหม่ ๆ  ด้วยนะ เรามาลองดูวิธีทำกันเลยดีกว่า tips มือใหม่ควรเริ่มจากการเพาะเมล็ดไม้ดอกหรือผักสวนครัวที่หาง่ายและงอกเร็ว เช่น ดาวกระจาย บานชื่น พริกขี้หนู หลังจากเก็บเมล็ดควรนำมาเพาะทันที หากเก็บไว้นานจะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลง อาจใช้ขุยมะพร้าวผสมทรายหยาบอย่างละ 1 ส่วนเป็นวัสดุเพาะก็ได้ เมื่อต้นโตขึ้นควรเปลี่ยนกระถางใบใหญ่ขึ้นให้เหมาะสมกับขนาดต้น

มาปลูกไม้ดอกหอมกัน

หลายๆ คนที่เพิ่งปลูกบ้านเสร็จ สิ่งที่คิดถึงเป็นอันดับต่อไปก็คือ สวน ส่วนคนที่มีบ้านแล้ว หลายคนเมื่อมีเวลาว่างก็จะลงมือทำสวน ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ เพราะการได้ปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้บ้านร่มรื่น ร่มเย็น ชีวิตสดชื่น สบายตาสบายใจ หลายคนที่ชอบต้นไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอม เรามีเทคนิคการปลูกไม้ดอกหอมมาฝากกัน ก่อนอื่นใดขอให้ทุกคน ตรวจสอบขนาดสวน ถ้าคุณมีพื้นที่สวนกว้าง ก็เลือกปลูกได้หลายชนิด แต่ควรเป็นไม้ดอกหอมที่มีฤดูออกดอกต่างกัน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมต่างๆ กันตลอดปี และป้องกันกลิ่นหอมปนกันจนมีกลิ่นแรงเกินไป แต่ถ้ามีพื้นที่ไม่มาก เช่นอยู่ในทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโดฯ การปลูกไม้ดอกหอมในกระถางทั้งแบบตั้งหรือแขวนก็ทำได้เช่นกัน เลือกพรรณไม้ตามกลิ่นที่ชอบ แต่ละคนชื่นชอบกลิ่นหอมของดอกไม้ต่างกัน บางคนชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ บางคนชอบให้ได้กลิ่นหอมตอนกลางคืน ดังนั้นก่อนปลูกให้ลองดมกลิ่นดอกไม้ชนิดนั้นๆ ก่อนว่า ตัวเองและสมาชิกในครอบครัวชอบหรือไม่ ตัวอย่างของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่น จิกสวน ชะลูดช้าง กุหลาบบางชนิด มะลิก้านแดง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรง เช่น พญาสัตบรรณ ลิ้นมังกรบางชนิด เล็บมือนาง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมตอนพลบค่ำหรือกลางคืน เช่น โบตั๋น แก้ว จำปา เป็นต้น เมื่อเลือกพรรณไม้ได้แล้ว เราก็ต้อง ปลูกตามทิศ เพื่อจะได้ดมกลิ่นหอมๆ กันตลอดปี อย่าง […]

ดอกไม้ทำไมจึงหอม

ดอกไม้ เป็นผลผลิตจากต้นไม้ มีทั้งที่หอมและไม่หอม  จริงหรือไม่ ที่ไม้ดอกหอมส่วนใหญ่มักมีสีขาว เรามาเรียนรู้ไปด้วยกัน พรรณไม้ชนิดต่างๆ ที่ดอกมีกลิ่นหอมเกิดจากน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil หรือ Volatile Oil) ที่พืชสังเคราะห์ขึ้น แล้วลำเลียงไปเก็บไว้ในต่อมหรือเซลล์พิเศษ ซึ่งกระจายอยู่ในฐานรองดอก กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย คนเราจะได้กลิ่นหอมของดอกไม้ก็ต่อเมื่อดอกไม้บาน เพราะน้ำมันหอมระเหยที่แทรกอยู่ตามส่วนต่างๆ ของดอกจะระเหยออกมาทำปฏิกิริยากับอากาศ เกิดกลิ่นหอมที่ทำให้จมูกรับกลิ่นได้ ดอกไม้แต่ละชนิดจะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป มีทั้งหอมมาก หอมน้อย หอมอ่อนๆ หอมหวาน และหอมเย็น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและน้ำหนักโมเลกุลของสารประกอบในน้ำมันหอมระเหย แต่ดอกไม้แต่ละชนิดก็มีช่วงเวลาดอกบานต่างกัน เช่น บานเวลาเย็น พลบค่ำหรือตอนเช้า ระยะเวลาดอกบานก็ไม่เท่ากันบางชนิดบานหลายวัน แต่บางชนิดบานเพียงวันเดียวก็โรย ช่วงเวลาการส่งกลิ่นก็ต่างกัน บางชนิดส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา บางชนิดส่งกลิ่นเฉพาะบางช่วงเวลา เช่นในช่วงพลบค่ำ เช้าตรู่ หรือช่วงสาย เมื่อมีจุดเด่นเป็นกลิ่นหอมแล้ว ธรรมชาติจึงสรรค์สร้างให้ดอกไม้ประเภทนี้มีสีสันไม่ค่อยสะดุดตา  ส่วนใหญ่จึงมีสีขาวหรือสีขาวนวล ขนาดดอกเล็ก  ต่างจากดอกไม้ทั่วไปที่มีสีสันฉูดฉาดเพื่อล่อแมลง แต่ก็มีไม้ดอกหอมหลายชนิดที่ดอกมีสีสันสดใส เช่น เทียนกิ่ง บานบุรีหอม ประยงค์ เล็บมือนาง ชงโคฮอลแลนด์ ชัยพฤกษ์ […]