ทานตะวัน
ไม้ดอกที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกาเหนือ มีบันทึกว่าแพร่หลายมาสู่เมืองไทยตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยนำเก็บมาเป็นอาหารให้เป็ด ไก่ ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์จนมีความหลากหลายของทรงต้นและฟอร์มดอกจนกลายไม้ประดับที่นิยมปลูกประดับในสวนหลากสไตล์เพิ่มสีสันให้สวนดูสดใสขึ้น และยังใช้เป็นไม้ตัดดอกได้อีกด้วย
ชื่ออื่น ชอนตะวัน, บัวทอง, บัวผัด, Common Sunflower, Marigold of Peru, Indian Sun
ชื่อวิทยาศาสตร์ Helianthus annuus L. & hybrid
วงศ์ Asteraceae
ประเภท พืชล้มลุก อายุปีเดียว
ลำต้น ลำต้นตั้งตรง มีทั้งพันธุ์ต้นเตี้ยและต้นสูง สูงได้ถึง 3 เมตร
ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม หลังจากที่มีใบเกิดแบบตรงข้ามได้ 5 คู่แล้ว ใบที่เกิดหลังจากนั้นจะมีลักษณะวน ใบรูปกลมรีขนาดใหญ่ ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย มีขนตามแผ่นใบ
ดอก ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่นอยู่บานฐานรองดอกเดียวกัน ดอกย่อยเล็กๆจำนวนมาก ดอกวงนอก (ray florets) มีกลีบสีเหลืองสด ดอกวงใน(disc florets) ไม่มีกลีบดอก เป็นทั้งดอกเพศเมียและดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรสีน้ำตาลอมสีม่วง
ผล ผลแห้ง รูปรีและแบนนูน ด้านหนึ่งมน อีกด้านหนึ่งแหลม มีจำนวนมากอยู่ตรงฐานดอก เปลือกหุ้มผลแข็ง สีเทาเข้มหรือสีดำและเป็นลาย ภายในผลมีเมล็ดสีเหลืองอ่อน 1 เมล็ด รูปรียาว
อัตราการเจริญเติบโต เร็ว
ดิน ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี
แสงแดด แสงแดดตลอดวัน
น้ำ ปานกลาง
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ ไม้ประดับในกระถางหรือปลูกลงแปลง เดิมเป็นทานตะวันต้นสูง ปลูกเพื่อเก็บเมล็ดสกัดน้ำมัน ปัจจุบันมีหลายพันธุ์ให้เลือกใช้เป็นประดับ ทรงต้นเล็กลงเป็นพันธุ์แคระ นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก หรือเป็นไม้กระถาง เช่น ทานตะวันญี่ปุ่นที่เป็นพันธุ์แคระ ได้แก่ พันธุ์ซันเมซิ่ง (Sunmazing) พันธุ์ซันฟินิตี้ (Sunfinity)
เกร็ดน่ารู้ มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือ ชิลี เปรู ชาวเผ่าอินคาที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ดั้งเดิมที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศเปรู บูชาและนับถือพระอาทิตย์ ถือว่าดอกทานตะวันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระอาทิตย์ และความเชื่อนี้ก็ได้ตกทอดไปสู่ชาวอินเดียนแดงที่อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือในช่วงเวลาต่อมา