วิธีซ่อมลูกลอยในแท้งค์น้ำ
อ่านเพิ่มเติม : ทำไมปั๊มน้ำทำงานเองเป็นระยะๆ แม้ว่าจะไม่มีคนใช้น้ำในบ้านเลย
อ่านเพิ่มเติม : แก้ไขปัญหาห้องน้ำรั่วซึม
อ่านเพิ่มเติม : เรียนรู้ทำความเข้าใจ ระบบน้ำในบ้าน
อ่านเพิ่มเติม : ทำไมปั๊มน้ำทำงานเองเป็นระยะๆ แม้ว่าจะไม่มีคนใช้น้ำในบ้านเลย
อ่านเพิ่มเติม : แก้ไขปัญหาห้องน้ำรั่วซึม
อ่านเพิ่มเติม : เรียนรู้ทำความเข้าใจ ระบบน้ำในบ้าน
No related posts.
ราวกันลื่น ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกําลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีสมาชิกวัยเกษียณอยู่บ้านมากขึ้น แน่นอนว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์อํานวยความสะดวกต่างๆ ให้เหมาะกับผู้สูงวัย โดยเฉพาะในห้องน้ำที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ห้องน้ำผู้สูงอายุ อีกหนึ่งสวนที่ต้องพิจารณาคือการเลือกราวจับหรือ ราวกันลื่น มาติดตั้งเพื่อเพิ่มความปลอดภัย นอกจากจะช่วยพยุงตัวและป้องกันอันตรายแล้ว ยังเป็นการเสริมกําลังใจให้ผู้สูงวัยรู้สึกว่ายังแข็งแรง สามารถดูแลตัวเองได้ โดยมีให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ เช่น ราวจับรูปตัวไอ (I) ราวจับรูปตัวแอล (L) ราวจับเข้ามุม ราวจับแบบพับได้ ฯลฯ ขั้นตอนการติดตั้ง ราวกันลื่น 1.ใช้ดินสอหรือปากกาทำเครื่องหมายที่เราจะติดตั้งราวจับหรือราวทรงตัวในห้องน้ำ โดยระยะติดตั้งมาตรฐานที่แนะนำ ควรสูงจากพื้น 60-85 เซนติเมตร หรือตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน 2.จากนั้นใช้ดินสอทำเครื่องหมายตำแหน่งที่จะเจาะรูให้ครบทุกจุด แล้วใช้สว่านเจาะรูตามเครื่องหมายที่ได้ทำไว้ 3.ใช้ดอกสว่าน ขนาด 8 มิลลิเมตร หรือดูขนาดดอกสว่านได้จากชุดสกรูว์และพุกที่มีมาให้พร้อมกับราวจับ โดยเจาะไปที่ผนังให้ลึกประมาณ 2.5 เซนติเมตร 4.นำพุกที่ให้มาใส่ไปในรูที่เจาะไว้ แล้วใช้ค้อนค่อยๆตอกพุกเข้าไป จนแน่ใจแล้วว่าปลายพุกขยายตัวแล้ว 5.จากนั้นขันสกรูว์ยึดชิ้นงานกับพุก แล้วครอบฝาครอบปิดให้สนิทเพื่อความสวยงาม 6.ทดลองใช้งาน เพื่อยืนยันว่าราวจับหรือราวกันลื่นยึดติดกับผนังแข็งแรงดีแล้ว หากยังไม่มั่นคงแน่นหนา ให้ขันสกรูว์ย้ำอีกครั้ง เพียงเท่านี้ผู้ใช้งานก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจ TIPS -ราวจับควรทำจากวัสดุที่แข็งแรงและปลอดภัย เช่น สเตนเลส ผิวเรียบ […]
แล้วเราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์อะไรติดไว้ใช้งานบ้างหล่ะ? บ้านและสวนขอแนะนำ อุปกรณ์สามัญประจำสวน ไปดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง
ระบบไฟฟ้าในบ้าน ควรหมั่นตรวจสอบให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเรา มาดูวิธีตรวจสอบระบบไฟฟ้าเบื้องต้นด้วยตัวเองกัน 1. เริ่มด้วยการทดสอบมิเตอร์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในบ้าน เริ่มตรวจโดยปิดสวิตช์ไฟทุกจุด รวมทั้งถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ออกให้หมด จากนั้นไปดูมิเตอร์ที่หน้าบ้านว่าเฟืองเหล็กยังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ามีกระแสไฟรั่ว ให้ลองตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องตัดไฟรั่วว่ายังทำงานดีอยู่หรือไม่ ด้วยการกดปุ่มทดสอบหรือ Test (ควรกดปุ่มทดสอบนี้เป็นประจำทุก 1 – 3 เดือน) ถ้ายังใช้ได้ดี สวิตช์หรือคันโยกจะตกลงมาทันทีเพื่อตัดกระแสไฟฟ้า และรวมถึงเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์ 2. ตรวจสอบเมนสวิตช์ ดูว่ามีมดหรือแมลงเข้าไปทำรังในตู้หรือไม่ เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์ลูกย่อยยังสามารถใช้ปลดวงจร ระบบไฟฟ้าในบ้าน ได้หรือไม่ ป้องกันไฟรั่วและไฟดูดได้ดีอยู่หรือไม่ หากมีอุปกรณ์ชำรุดหรือเสียหายควรหามาเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย 3. ตรวจสอบสายไฟฟ้าว่ามีส่วนใดชำรุดเสียหายบ้าง โดยเฉพาะสายไฟที่ซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานอาจเปื่อยกรอบเนื่องจากผ่านการใช้งานมานาน หรือถูกหนูกัดแทะฉนวนจนสายขาดได้ (ในกรณีที่ไม่ได้หุ้มสายไว้ด้วยท่อร้อยสายไฟ) ถ้าพบก็ต้องเปลี่ยนใหม่โดยด่วน 4. ตรวจสอบเต้ารับไฟฟ้า ดูว่าหลวม มีรอยแตกร้าว หรือรอยไหม้บ้างหรือไม่ ถ้าเต้ารับหลวมก็ขันสกรูให้แน่นดังเดิม แต่ถ้าแตกร้าวหรือพบรอยไหม้ก็ควรเปลี่ยนใหม่ และควรทดสอบเต้ารับทุกจุดว่ามีไฟหรือไม่ โดยใช้ไขควงวัดไฟทดสอบ 5. ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มักมีการจับต้องขณะใช้งาน เช่น เครื่องซักผ้า โดยตรวจว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่ ด้วยการใช้ไขควงวัดไฟแตะที่ตัวเครื่องส่วนที่เป็นโลหะ […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4220
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]